วีซ่าท่องเที่ยว USA

posted on 08 Oct 2009 15:55 by spiderwooter

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=lovergirl&group=11&month=10-2006&date=06&gblog=25

 

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8399416/E8399416.html

 

ใส่สีให้ scroll bar

posted on 03 Oct 2009 13:33 by spiderwooter

http://iconico.com/CSSScrollbar/

 

http://www.gettyimages.com
http://pro.corbis.com/
http://www.sxc.hu/

not sure for free

http://www.shutterstock.com/ 

 

 

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญ !! เครื่องบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ลื่นไถลพุ่งชนหอบังคับการบิน ของสนามบินเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งกระทรวงคมนาคม ได้สรุปเหตุการณ์เบื้องต้นแล้วว่า เกิดจากกระแสลมแปรปรวน (วินด์เชียร์) ทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัว โดยสาเหตุไม่ได้เกิดจากสนามบิน หรือเครื่องบิน หรือนักบินไม่ได้มาตรฐานแต่อย่างใด
      
แม้เหตุการณ์ที่ผ่านมานี้ไม่ได้เกิดจากสภาพสนามบินที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่รู้หรือไม่ว่า สนามบินบนโลกใบนี้หลายแห่ง แม้จะได้มาตรฐานในเรื่องความปลอดภัย แต่มีข้อจำกัดเรื่องภูมิประเทศ จึงทำให้มีการจัดอันดับ 10 สนามบินที่น่ากลัวที่สุดในโลก โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ news.com.au และ bsnnews.com

   
   อันดับ 1 เป็นสนามบิน ปาโร ที่ประเทศภูฏาน เนื่องจากหมู่บ้าน ปาโร ถูกโอบล้อมด้วยยอดเขาหิมาลายันที่มีความสูง 5,000 เมตร จึงเป็นเหตุให้สนามบินมีความท้าทาย ในการนำเครื่องลงจอดมากที่สุดในโลก และมีนักบินเพียง 8 คนในโลกเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติในการนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ และสนามบินแห่งนี้มีรันเวย์เดียว เปิดบริการตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเท่านั้น ปัจจุบันมีเพียงสายการบินดรุ๊ค แอร์ ซึ่งเป็นสายการบินท้องถิ่นเพียงแห่งเดียวใช้บริการ

      อันดับ 2 สนามบินนานาชาติ ปริ๊นเซส จูเลียน่า ใน เซนต์มาร์เตน แคริบเบียน สนามบินแห่งนี้มีรันเวย์ยาวเพียง 2,000 เมตร ถึงแม้ว่าเครื่องบินที่เหมาะสมในการนำมาลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ คือ เครื่องบินเจ๊ต ขนาดกลาง แต่ก็มีเครื่องบินขนาดใหญ่จากยุโรป เช่น โบอิ้ง 747 และแอร์บัส A340 มาลงจอดสนามบินแห่งนี้เช่นกัน ซึ่งการนำเครื่องบินขนาดใหญ่มาลงจอด นักบินจะต้องบังคับเครื่องบินให้บินในระดับต่ำอย่างน่าตกใจ เหนือชายหาดมาโฮ แต่ก็ยังไม่เคยมีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดภายในสนามบินแห่งนี้แต่อย่างใด

       
อันดับ 3 สนามบิน เรแกน ที่กรุงวอชิงตัน ดี. ซี. สหรัฐอเมริกา โดยสนามบินแห่งนี้ ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่คาบเกี่ยวของเขตห้ามบิน ถึง 2 แห่งด้วยกัน นั่นก็คือ น่านฟ้าเหนือ เพนตากอน และสำนักงานใหญ่ของซีไอเอ ที่ห้ามไม่ให้เครื่องบินใดๆ บินผ่านโดยเด็ดขาด นักบินจึงจำเป็นต้องบินเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว ก่อนที่จะวกกลับมาลงจอดในสนามบิน ส่วนการนำเครื่องบิน บินขึ้น ก็ยุ่งยากไม่แพ้กัน เพราะนักบินจำเป็นต้องไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังต้องเบนเครื่องบินไปทางด้านซ้าย เพื่อไม่ให้เครื่องบิน บินชนทำเนียบขาวอีกด้วย

      
  อันดับ 4 สนามบิน จิบรอลตาร์ ที่ จิบรอลตาร์ ในยุโรป สนามบินแห่งนี้อยู่ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และอ่าวแอง เกลา ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก รันเวย์ของสนามบินแห่งนี้สร้างจากกรวดผสมน้ำมันดิน มีความยาวไม่ถึง 2,000 เมตร นักบินจำเป็นต้องรู้ตำแหน่งในการลงจอดที่แน่นอน และแม่นยำ และต้องมีความพร้อมที่จะเบรกทันทีที่ล้อแตะรันเวย์ เพราะไม่อย่างนั้นมีหวังได้ลงไปจอดในทะเลแน่ ๆ ที่น่ากลัวอีกอย่างคือรันเวย์แห่งนี้มีถนนตัดผ่าน เวลามีเครื่องบินขึ้น-ลง ที่กั้นถนนก็จะพับลงมากั้นไม่ให้รถผ่าน ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเรา จะคล้ายเวลาวิ่งข้ามทางรถไฟ

      
อันดับ 5 รันเวย์จอดเครื่องบิน มาเทคาน ที่ประเทศเลโซโท รันเวย์มีความยาวเพียง 400 เมตร และมีไว้สำหรับการบินบริการทางการแพทย์โดยเฉพาะการนำเครื่องขึ้นที่รันเวย์แห่งนี้นับเป็นประสบการณ์ขนหัวลุกของผู้โดยสาร เพราะเครื่องบินจะหล่นผลุบลงไปที่หน้าผาซึ่งมีความลึก 600 เมตร ก่อนที่จะ เริ่มทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง ซึ่งนักบิน ระบุว่า การนำเครื่องขึ้นวิธีนี้จะปลอดภัยกว่าการบินขึ้นโดยตรงเหนือหน้าผา

อันดับ 6 สนามบินบาร์รา ประเทศสกอตแลนด์ สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะบาร์รา ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลของประเทศสกอตแลนด์ ที่นี่นับเป็นหนึ่งในสนามบินเพียง 2 แห่งในโลก ที่ใช้ "ชายหาด" เป็นรันเวย์ อีกแห่งอยู่ที่เกาะเฟรเซอร์ ประเทศออสเตรเลีย และเนื่องจากเวลาน้ำขึ้นรันเวย์ของสนามบินแห่งนี้จะหายไป ดังนั้นตารางบินของสนามบินแห่งนี้จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่น้ำขึ้นน้ำลง และถ้ามีเหตุฉุกเฉินให้ต้องนำเครื่องลงจอดในเวลากลางคืน จะใช้วิธีนำรถยนต์มาจอดเรียง และเปิดไฟ เพื่อให้เกิดแสงสะท้อนบริเวณแผ่นโลหะที่ถูกเรียงไว้บริเวณชายหาด เป็นการนำทางให้นักบินสามารถนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย ซึ่งชายหาดนี้ไม่ได้มีไว้ให้เครื่องบิน ขึ้น - ลง เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเก็บหอยชื่อดัง โดยนักท่องเที่ยวต้องคอยสังเกตสัญญาณเตือนภัยเอาเอง โดยเมื่อถุงลมลอยขึ้น แสดงว่า ขณะนั้นสนามบินกำลังจะเปิดให้เครื่องบินขึ้น-ลง ซึ่งผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นจะต้องรีบออกจากชายหาดทันที     

   อันดับ 7 สนามบินนานาชาติ ตอนคอนติน ในเทกูซิกัลปา ประเทศฮอนดูรัส สนามบินแห่งนี้มีรันเวย์ยาวเพียง 1,863 เมตร นับเป็นหนึ่งในสนามบินนานาชาติที่มีรันเวย์สั้นที่สุดในโลก และยังมีภูเขาล้อมรอบ ในการนำเครื่องบินลงจอดนักบินจะต้องบังคับเครื่องบินให้บินเลี้ยวไปทางด้านซ้าย 45 องศา ก่อนที่เครื่องบินจะแตะพื้นรันเวย์เพียงไม่กี่นาที สนามบินแห่งนี้เคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นกับเครื่องบินแอร์บัส A320 ของสายการบินกรูโปทาคา ที่บินมาจากซาน ซัลวาดอร์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นความผิดพลาดระหว่างการนำเครื่องบินลงจอดของนักบิน พิสูจน์ความน่ากลัวของสนามบินแห่งนี้ได้

      
อันดับ 8 สนามบินนานาชาติ จอห์น เอฟ เคเนดี้ ที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา สนามบินแห่งนี้ติดโผด้านความน่ากลัวตรงที่นักบินจะต้องคอยระมัดระวังเครื่องบินลำอื่นๆ ที่กำลังบิน ขึ้น - ลง ยังสนามบิน ลา กวาร์เดีย และ สนามบินนิวยอร์ก ที่อยู่ใกล้ๆ กันระหว่างนำเครื่องลงจอด ส่วนปลายด้านหนึ่งของรันเวย์สิ้นสุดลงที่ผืนน้ำของอ่าวจาไมก้า

   
    อันดับ 9 สนามบินนานาชาติ มาเดรา (ฟันชาล) บนเกาะมาเดรา ประเทศโปรตุเกส การเปิดให้บริการช่วงแรกมีรันเวย์ยาวเพียง 1,600 เมตร และยังโอบล้อมด้วยภูเขาสูง และท้องทะเลทำให้การลงจอดเป็นไปได้ยาก มีเพียงนักบินที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้นที่จะนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ได้ แต่หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกับสายการบินแท็ป แอร์ปอตุกัล เมื่อปี พ.ศ. 2520 หลังจากนักบินพยายามนำเครื่องลงจอด 2 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุในความพยายามลงจอดครั้งที่ 3 เนื่องจากรันเวย์สั้นเกินไป สำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 727 - 200 ประกอบกับมีฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี เครื่องบินจึงไถลออกนอกรันเวย์ และชนเข้ากับสะพานจนขาด 2 ท่อนทำให้เกิดไฟลุกท่วม เป็นเหตุให้ผู้โดยสารกว่า 100 คนเสียชีวิต

      
ต่อมาสนามบินแห่งนี้จึงได้ทุ่มงบประมาณในการขยายรันเวย์ให้มีความยาวมากขึ้นเป็นสองเท่า โดยทำส่วนต่อขยายให้ยื่นออกไปในทะเล โดยมีเสา 180 ต้นรองรับน้ำหนัก แต่นักบินที่จะนำเครื่องบินลงจอดบนสนามบินแห่งนี้ จำเป็นต้องได้รับการเทรนนิ่งเป็นพิเศษ เพราะการลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ จะต้องหันหัวเครื่องบินไปที่ภูเขา และเอียงเครื่องบินไปทางด้านขวาในนาทีสุดท้าย เพื่อจะตั้งลำให้อยู่ในแนวเดียวกับรันเวย์ที่จะปรากฏให้เห็นตรงหน้าชนิดที่เรียกว่า แทบไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว

        
อันดับ 10 สนามบิน ฮวนโช อี. ยาสควิน บนเกาะ ซาบา ในอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ ถึงแม้ว่าจะยังไม่เคยเกิดโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สนามบินบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ แต่ที่ขึ้นชื่อเรื่องน่ากลัว เพราะนักบินจะต้องรับมือกับลมกระโชกแรง ในขณะเตรียมแลนดิ้งลงบนรันเวย์ ที่มีความยาวเพียง 400 เมตรเท่านั้น อีกจุดที่ถือว่าอันตรายสุดๆ คือ ตำแหน่งของรันเวย์ที่ด้านหนึ่งเป็นภูเขาสูง ส่วนอีกด้านเป็นหน้าผา ปลายสุดของรันเวย์ทั้ง 2 ข้าง เป็นหน้าผา ซึ่งถ้ามีอะไรผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นตอนขึ้นหรือตอนลงก็จะตกลง ไปในทะเลทันที ปัจจุบันนี้มีเพียงสายการบิน วินด์วาร์ด ไอส์แลนด์ส ซึ่งเป็นสายการบินท้องถิ่นเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่เปิดบินบริการวันละ 1 เที่ยวบนสนามบินแห่งนี้

      
การเกิดอุบัติเหตุนั้น มักเกิดขึ้นได้กับทุกสนามบินไม่ว่า ดีที่สุด หรือน่ากลัวที่สุดก็ตาม เพราะฉะนั้นทุกคนควรตั้งสติให้ดี ในขณะที่แอร์ สจ๊วตแนะนำการใช้อุปกรณ์การช่วยเหลือตัวเองในยามเกิดเหตุ แต่ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนั้นคือ การตั้งสติ สวดมนต์ภาวนา สถานเดียว

Basic css syntax

posted on 16 Sep 2009 15:23 by spiderwooter
The CSS syntax is made up of three parts: a selector, a property and a value

selector {property:value}

The selector is normally the HTML element/tag you wish to define, the property is the attribute you wish to change, and each property can take a value. The property and value are separated by a colon, and surrounded by curly braces:

body {color:black}

Note: If  the value is multiple words, put quotes around the value:

p {font-family:"sans serif"}

Note: If you want to specify more than one property, you must separate each property with a semicolon. The example below shows how to define a center aligned paragraph, with a red text color:

p {text-align:center;color:red}

To make the style definitions more readable, you can describe one property on each line, like this:

p
{
text-align:center;
color:black;
font-family:arial
}


Grouping

You can group selectors. Separate each selector with a comma. In the example below we have grouped all the header elements. All header elements will be displayed in green text color:

h1,h2,h3,h4,h5,h6
{
color:green
}


The class Selector

With the class selector you can define different styles for the same type of HTML element.

Say that you would like to have two types of paragraphs in your document: one right-aligned paragraph, and one center-aligned paragraph. Here is how you can do it with styles:

p.right {text-align:right}
p.center {text-align:center}

You have to use the class attribute in your HTML document:

This paragraph will be right-aligned.


This paragraph will be center-aligned.

Note: To apply more than one class per given element, the syntax is:

This is a paragraph.

The paragraph above will be styled by the class "center" AND the class "bold".

You can also omit the tag name in the selector to define a style that will be used by all HTML elements that have a certain class. In the example below, all HTML elements with class="center" will be center-aligned:

.center {text-align:center}

In the code below both the h1 element and the p element have class="center". This means that both elements will follow the rules in the ".center" selector:

This heading will be center-aligned


This paragraph will also be center-aligned.

Remark Do NOT start a class name with a number! This is only supported in Internet Explorer.


Add Styles to Elements with Particular Attributes

You can also apply styles to HTML elements with particular attributes.

The style rule below will match all input elements that have a type attribute with a value of "text":

input[type="text"] {background-color:blue}


The id Selector

You can also define styles for HTML elements with the id selector. The id selector is defined as a #.

The style rule below will match the element that has an id attribute with a value of "green":

#green {color:green}

The style rule below will match the p element that has an id with a value of "para1":

p#para1
{
text-align:center;
color:red
}

Remark Do NOT start an ID name with a number! It will not work in Mozilla/Firefox.


CSS Comments

Comments are used to explain your code, and may help you when you edit the source code at a later date. A comment will be ignored by browsers. A CSS comment begins with "/*", and ends with "*/", like this:

/*This is a comment*/
p
{
text-align:center;
/*This is another comment*/
color:black;
font-family:arial
}

 

ที่มา : http://www.w3schools.com/Css/css_text.asp

หัดทำ css เบื้องต้น

posted on 16 Sep 2009 14:22 by spiderwooter

css comment

/* Rules for the body  */

 

Three ways to insert css

  • External style sheet
  • Internal style sheet
  • Inline style

External
ex.
<head>
<link rel="stylesheet" type="text/css" href="mystyle.css" />
</head>

Internal
ex.

<head>
<style type="text/css">
hr {color:sienna}
p {margin-left:20px}
body {background-image:url("images/back40.gif")}
</style>
</head>

Inline
ex.

<p style="color:sienna;margin-left:20px">This is a paragraph.</p>

 

 

 

 

กฎใหม่ของ Visa UK มีค/2009

posted on 15 Sep 2009 23:35 by spiderwooter
กฎใหม่ของวีซ่านักเรียน คือ

1. ไม่สามารถใช้สปอนเซอร์ได้อีกต่อไปแล้ว บัญชีที่ใช้โชว์จะต้องเป็นชื่อของผู้ยื่นขอวีซ่าเท่านั้น หรือ บัญชีที่มีชื่อผู้ยื่นขอวีซ่าอยู่ในนั้นด้วย และจะต้องเป็นบัญชีออมทรัพท์เท่านั้น ทางสถานทูตไม่รับบัญชีฝากประจำ, หุ้น หรืออะไรก็ตาม

2. ทางสถานทูตไม่สนใจว่าผู้ยื่นจะได้เงินมาจากไหน จากใคร หรือ อย่างไร แต่ขอให้มีเงินอยู่ในบัญชีอย่างน้อย 28 วัน และครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามระยะเวลาที่ผู้ยื่นขอวีซ๋าอยู่ในประเทศ อังกฤษ

3. ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าไปศึกษาต่อจะต้องมีภาษาอังกฤษ อย่างน้อย A3 (อันนี้เราคิดว่าเป็นไอเอล 3 นะ) หรือจะต้องอยู่ใน Intermediate Level (หมายถึงว่า ถ้าไปเริ่มเรียนที่อังกฤษอ่ะ ห้ามต่ำกว่า Intermediate แต่สามารถไปเริ่ม Intermediate ที่อังกฤษได้) เพราะฉะนันใครมีใบรับรองอะไร ขนไปให้หมดค่ะ หากใครไม่มีก็ต้องไปลงเรียนที่ประเทศไทยก่อน ทางลัดคือไปสอบไอเอล (ไม่ว่าทางไหนก็ยุ่งยากอยู่ดี)

4. เงินที่โชว์ในบัญชีมีการกำหนดดังนี้
   - หากอาศัยอยู่ที่ London 9 เดือนหรือน้อยกว่าจะต้องแสดงเงิน 7200 ปอนด์ = 800 ปอนด์ ต่อเดือน
   - หารอาศัยอยู่นอก London 9 เดือนหรือน้อยกว่าจะต้องแสดงเงิน 5400 ปอนด์ = 600 ปอนด์ ต่อเดือน
(หากใครอยู๋เกินลองเช็คดูอีกทีนะ ที่เราลงแค่นี้อ่ะ เพราะเราเห็นว่าเพื่อนๆ ส่วนมากไม่เคยมีใครลงคอร์สแบบเป็นปี)

จำนวนเงินข้างต้นหมายถึงเงินสุทธิเฉพาะค่าครองชีพที่อยู่ที่โน่นเท่านั้นไม่รวมค่าเรียนและอื่นๆ ค่ะ

5. โปรแกรม work&study หรืออะไรก็ตามที่มีระยะเวลายาว ไม่สามารถทำงานได้เกิน 50% ของระยะเวลาทั้งหมด อย่างเช่น
   - เรียน 2 เดือน ทำงาน 10 เดือน ประเมินผล 1 เดือน อย่างนี้ วีซ๋าไม่ผ่านแน่นอนค่ะ จะต้องเรียนอย่างน้อยครึ่งนึงของระยะเวลาทั้งหมด

6. ตอนนี้การขอวีซ่านักเรียนใช้ระบบนับคะแนนค่ะ คือ คะแนนจาก รร.ที่เราเลือกเรียน ระยะเวลา 1 ปี ค่าเรียนไม่ควรต่ำกว่า 1500 ปอนด์ ตรงนี้ จะมีคะแนน 30 คะแนน และอีก 10 คะแนน มาจาก สถานะทางการเงินของผู้ยื่นขอวีซ๋า

7. ผู้ยื่นขอวีซ่าจะต้องแปลเอกสารราชการเป็นภาษาอังกฤษแนบไปด้วย สรุปคือ เอกสารทุกชนิดที่จะยื่นจะต้องเป็นภาษาอังกฤษค่ะ

8. จะต้องใช้ Statement และหนังสือรับรองสถานะทางการเงินจากธนาคารด้วยนะคะ

9. ค่าธรรมเนียมวีซ่าขึ้นราคาแล้วววววว จากเดิมเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ของใหม่ได้ยินมาว่า 115 ปอนด์ เห็นคิดเป็นเงินไทยออกมาประมาณ 10500 บาท (อันนี้อ่ะเรางง มากๆๆๆ ว่าเค้าใช้เรทไหนอ่ะ หรือเราอาจจะได้ยินมาผิดๆ) อันนี้ไม่ชัวร์นะคะ ลองไปถามดู แล้วมาบอกด้วยนะ อยากรู้เหมือนกัน

ค่าบริการ VFS อาจจะขึ้นด้วยเหมือนกัน (อันนี้ก็ไม่ชัวร์อีกอ่ะ หุหุ)

*** สำหรับผู้ที่ยื่นขอวีซ่าก่อนวันที่ 1 มิถุนายน ไม่จำเป็นจะต้องมีเงินอยู่ในบัญชี 28 วัน เพราะสถานทูตเข้าใจว่าเป็นกฎใหม่และอาจจะเตรียมพร้อมกันไม่ทัน (เหมือนเค้ารู้เลยเนอะ อิอิ) สามารถเอาเงินเข้าบัญชีเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เราแนะนำว่าอย่างน้อยควรจะ 1 อาทิตย์อ่ะ ไม่ควรอย่างยิ่งที่ อีก 3 วันจะยื่นแล้วเอาเงินไปเข้าบัญชีวันนี้

แล้วอะไรอีกน้อออออ นึกไม่ออกอ่ะ ถ้านึกออกเด๋วจะมาบอกละกันนะ ใครสงสัยอะไรก็ทิ้งคำถามไว้นะคะ ถ้าตอบได้ก็จะตอบให้ แต่ถ้าไม่ได้คงต้องรอผู้รู้ ท่านอื่นๆ เข้ามาค่ะ

มีลงก็ต้องมีขึ้น

posted on 31 Aug 2009 23:33 by spiderwooter
เหนื่อยจังวันนี้ วันนี้ก็ 25 เเล้วมั้ง วัย5 เพศที่เค้าว่ากันเเต่ไม่รุ้ดิ ช่วงนี้ คิดอยุ่เสมอว่ามีลงก็ต้องมีขึ้น

อัญยมณีประจำปีกุล

posted on 31 Aug 2009 23:25 by spiderwooter
ทับทิม